PhotoArtZone

เพื่อนที่ยังไม่ได้ชม เที่ยวน่าน ตอนที่ 1 สามารถรับชมย้อนหลังได้นะครับ >>> Click

สำหรับตอนที่ 2 มาแล้วไปเที่ยวกันต่อเลยครับ

---------------------------------------------------------------------

-1-

 

เราเดินทางต่อมายัง "วัดภูมินทร์" วัดที่ขึ้นชื่อของเมืองน่านครับ ใครมาเมืองน่านต้องห้ามพลาดวัดภูมินทร์เด็ดขาดครับ เนื่องจากวัดภูมินทร์เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยรวม วิหารและพระอุโบสถอยู่ในหลังเดียวกันครับ 

 

-2-

 วัดภูมินทร์ยังได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นวัดที่ เป็นอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของประเทศไทย

 

-3-

ถ่ายจากบันไดนาคทางขึ้นวัด ที่เห็นไกลๆโน่นคือเจดีย์วัดช้างค้ำครับผม จะเห็นได้ว่าวัดจะอยู่ใกล้กันมาก

 

-4-

เข้ามาภายในวิหารจะพบกับพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ที่หันหลังชนกัน มองไปยัง 4 ทิศ ซึ่งเปรียบกับพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ครับผม

 

-5-

อีกมุมหนึ่งที่มีโคมห้อยประดับอยู่ แสดงความสวยงามในแบบล้านนาได้อย่างลงตัวครับ

 

-6-

สิ่งที่โดดเด่นภายในโดยรอบของตัววิหารก็คือจิตรกรรมฝาผนัง...

 

-7-

ซึ่งเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังศิลปกรรมไทลื้อ ที่เล่าเรื่องชาดก ตำนานพื้นบ้าน และความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต

 

-8-

... ???

 

-9-

ภาพนี้ทุกคนอาจคุ้นเคยกับภาพเสียงกระซิบอันก้องโลก...

 

-10-

จากวัดภูมินทร์ถ้าข้ามถนนทางด้านข้างวัด จะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคอยให้คำปรึกษาและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างภายในจังหวัดน่านให้กับเราได้ครับ ในบริเวณนี้ยังมีร้านกาแฟ และร้านจำหน่ายของที่ระลึกอีกด้วยครับ

 

-11-

ร่มสีแดงขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่หน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวโดดเด่นมาก...

 

-12-

เราเดินทางต่อมาที่ "วัดพระธาตุแช่แห้ง" มองจากมุมนี้องค์พระเจดีย์ที่สร้างขึ้นแบบล้านนาไทยสวยงามมากครับ

 

-13-

วัดพระธาตุแช่แห้ง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ความรักและความสัมพันธ์ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัย ในอดีต

 

-14-

ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่ง แม่น้ำน่านทางทิศตะวันออก ที่บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก  พระพุทธเจ้าจึงทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวย และทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า พระธาตุแช่แห้ง

 

-15-

พระธาตุแช่แห้ง เป็นประธาตุประจำนักษัตรปีเถาะ(กระต่าย) ครับผม ผู้ที่เกิดปีเถาะนิยมมากราบไหว้พระธาตุเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองครับผม

 

-16-

 

-17-

 

-18-

กำแพงเมืองน่าน ที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์มีความยาวเพียง ๒๕ เมตร และสูง ๕ เมตร

 

-19-

กำแพงเมืองน่านเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกถึงความมั่นคงของรัฐเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในลุ่มแม่น้ำน่านที่สามารถปกครองตนเองได้ แม้ต้องยอมอ่อนน้อมต่อหัวเมืองอื่นหลายครั้ง แต่เมืองน่านก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนไว้ได้เป็นอย่างดี

 --------------------------------------------------------------------------------------

 

และผมก็เข้ารีสอร์ทื้พัก ซึ่งภายในรีสอร์ทก็มีดอกไม้สวยงามมากมาย ซึ่งผมก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปมาฝากกันครับ

 

-20-

ผมไม่แน่ใจว่าดอกนี้มีชื่อว่าอะไร เห็นสีมันแดงสดมากๆ สวยดีครับ

 

-21-

ดอกกุหลาบก็สีสวยหวานไม่แพ้กันครับ...

 

-22-

สำหรับวันแรกของการเดินทางจบลงด้วยภาพพระอาทิตย์ตกดินที่ยอดดอยครับ

 

----------------------------------------------------------------------------------------

 

-23-

พอรุ่งเช้าผมเดินไปยังบริเวณหลังที่พักก็พบกับทุ่งของดอกหญ้าแบบนี้ครับ

 

-24-

อากาศเย็นๆได้แสงแดดอุ่นๆ กับบรรยากาศแบบนี้ วิเศษไปเลยครับ

 

-25-

เราเดินทางกันต่อมากันที่ "วัดหนองบัว" อำเภอท่าวังผา วัดที่ขึ้นชื่อและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมืองน่านครับ

 

-26-

ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรมที่เชื่อกันว่าเป็นต้นแบบของจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์ครับผม ซึ่งจะแสดงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อนได้เป็นอย่างดีครับผม

 

-27-

 

-28-

 

-29-

ด้านหลังวิหาร มีบ้านไทลื้อซึ่งนำมาแสดงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมครับ

 

-30-

ใต้ถุนของบ้านมีการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองจากชุมชนไทลื้อ มีทั้งผ้าซิ่น ผ้าพันคอ เสื้อผ้าฝ้าย และอื่นๆอีกมากมาย โดยมีการสาธิตการทอผ้าตามวิถีชีวิตแบบโบราณให้เยี่ยมชมด้วยครับ

 

-31-

ระหว่างการเดินทางกลับ จะเห็นพ่อค้าแม่ขาย นำของป่ามาขายริมทางให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจรไปมาครับ มีทั้งพืชผักและสัตว์แปลกๆ ที่หาได้ตามป่าตามเขาครับ

 

-32-

ขอปิดท้ายเอนทรี่ ด้วยภาพจานไข่มดแดงสีสันสดใส... ครับ

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าครับผม...

การท่องเที่ยวทำให้เราได้เปิดโลกทรรศของเราให้กว้างขึ้น ได้ชาร์ตแบตและเติมพลังงานหัวใจให้พร้อมที่จะทำงานและดำเนินชีวิตให้มีความสุข ...

ภาคเหนือยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่น่าไปเยี่ยมชม บางสถานที่ที่เข้าถึงได้ยาก อาจมีสิ่งที่น่าสนใจรอท่านอยู่ รอแวะและตะลุยดูนะครับ แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

จงลัลล้ากันตามใจ เที่ยวไทยให้สุดสุดไปเลย :)

 

ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เป็นกำลังใจ และมอบดาวแดงให้นะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในช่วงตรุษจีนและวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ผมได้ไปเที่ยวจังหวัดน่าน
จังหวัดเล็กๆที่อุดมไปด้วยวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชน
ที่สัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายและความเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่ครั้งอดีตกาล...

จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่เงียบสงบเนื่องจากการเดินทางไปยังเมืองน่าน
ต้องผ่านภูเขาเข้าไปพอสมควร การมาท่องเที่ยวจังหวัดน่าน
จึงเป็นความท้าทายเพื่อที่จะมาเยี่ยมชมจังหวัดเล็กๆแห่งนี้จริงๆ

น่านยังคงรักษาวิถีชีวิตและการดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี
แม้จะมีความเจริญแทรกซึมเข้ามาบ้าง
แต่กลิ่นไอและความยึดมั่นในการดำรงชีวิตแบบเดิมก็ยังเหนียวแน่น
และสามารถพบเห็นได้ทั่วไป

ในตัวเมืองน่านเองจะมีวัดหลายวัดตั้งอยู่ในเขตเมืองอยู่หลายวัด
เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงวัฒธรรมเป็นอย่างมาก
ซึ่งแต่ละวัดก็มีลักษณะของศิลปะวัฒนธรรมที่โดดเด่นสวยงามน่าเข้าไปเยี่ยมชม

การเดินทางมาเมืองน่านในครั้งนี้ อาจมีเวลาเพียงน้อยนิด
แต่ก็ได้รับรู้ถึงความน่าหลงไหลของเมืองที่แสนสงบแห่งนี้กลับไปมากมาย...

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

เสาหลักเมืองน่าน... ตั้งอยู่ในบริเวณวัดมิ่งเมือง ซึ่งเสาหลักเมืองต้นนี้ ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่หลั่งจากที่เสาหลักเมืองต้นเดิม ได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา โดยยังคงรักษารุปแบบและลักษณะในแบบดั้งเดิมเอาไว้

 

 

วัดมิ่งเมือง... ตั้งอยู่ที่บ้านมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ของวิหารหลังเดิม คงเป็นช่างฝีมือแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ต่อมาภายหลังได้มีการบูรณะปรับปรุงซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงรูปแบบ กลายเป็นสถาปัตยกรรม ที่ผสมผสานกับแนวความคิดสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเน้น ที่เด่นชัดของวิหาร ก็คือ ลวดลายศิลปะปูนปั้นที่ประดับประดาตัววิหารได้สวยสดงดงามยิ่ง 

 

 

ลายปูนปั้น... ที่วิหารวัดมิ่งเมือง

 

พระประธานภายในวิหารวัดมิ่งเมือง

 

ภายในวิหารตกแต่งได้อย่างวิจิตรสวยงาม

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

จากเสาหลักเมืองและวัดมิ่งเมืองผมเดินข้ามถนนมาเล็กน้อย เพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองน่าน ประจวบเหมาะพอดีที่ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์มีการจัดงานจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองเป็นวัดสุดท้ายพอดี ก็เลยได้เดินช๊อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและสิ่งประดิษฐ์ภูมิปัญญาล้านนาก็จนฉ่ำใจ

 

 

 

 

ข้าวซอยอร่อยเจ้านี้อร่อยมากๆครับ...

 

ชอบร่มสีแดงคันนี้... สวยงามโดดเด่นมากๆ :)

 

 

 

 

ส่วนหนึ่งของโคมไฟและตุงฝีมือชาวบ้านที่สวยงามมากๆ เห็นแล้วอยากทำขึ้นมาเลย

 

 

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน... เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัดน่าน ตั้งอยู่ในบริเวณคุ้มของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่านอาคารพิพิธภัณฑ์เดิมเป็นหอคำที่พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้าน่านทรงสร้างขึ้นเป็นที่ประทับ เมื่อพุทธศักราช 2446 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น มีมุขออกด้านหน้า หลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด เมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายถึงพิราลัย เจ้านายบุตรหลานของเจ้าผู้ครองนครน่านจึงไม้มอบหอคำหลังนี้พร้อมที่ดินทั้งหมดให้แก่รัฐบาล เพื่อใช้เป็นศาลากลางจังหวัดน่าน ปีพุทธศักราช 2475 ต่อมาเมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ก่อสร้างศาลากลางจังหวัดขึ้นใหม่ กรมศิลปากรจึงได้ขอรับมอบอาคารหอคำ เพื่อให้เป็นสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขึ้นในปีพุทธศักราช 2517 และประกาศจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขึ้นในปีพุทธศักราช 2528 อย่างเป็นทางการ

ภายในเป็นที่ให้ความรู้เกี่ยวความเป็นมาและวิถีชีวิตรวมถึงการเป็นอยู่สิ่งของเครื่องใช้ของชาวน่าน ที่หาชมได้ยาก และยังเป็นที่เก็บรักษา "งาช้างดำ" สมบัติอันล้ำค่าของชาวน่านไว้อีกด้วย

 

-------------------------------------------------------------------------------------------

 

วัดช้างค้ำวรวิหาร... อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1949 โดย พญาภูเข่ง ผู้ครองนครน่านในสมัยนั้น 

 

พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีลิกธาตุไว้ภายใน

 

 

 พระประธานภายในพระอุโบสถวัดช้างค้ำ...

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

วันนี้ขอจบตอนที่หนึ่งเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ...

ภาพยังไม่หมด เอนทรีหน้าผมจะพาไปเที่ยววัดภูมินทร์ วัดที่สวยงามอีกวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากๆ กับจิตรกรรมฝาผนังที่หาชมได้ยาก รวมถึงพระธาตุแช่แห้ง กำแพงเมืองน่าน ครับผม

 

เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

เสน่ห์เมืองเหนือ อย่างรู้ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง :)

 

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ที่เป็นกำลังใจ...
ผลักดันให้ก้าวต่อไปครับผม

จะว่าไปเวลาก็เหมือนรวดเร็วปานจรวด เพิ่งรู้สึกว่าไปเดินงานภูเขาทองมาหมาดๆ
ไม่นาน งานภูเขาทองก็เวียนมาจัดอีกแล้ว โอ้สสส...

ปีนี้ไปวันแรกของงานอย่างเป็นทางการ (29 ต.ค.) ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศร้อนนิดหน่อย
คนไม่มาก เพราะว่า วันที่ผมไปละคร "ชิงชัง" ทางช่อง 5 เสนอเป็นตอนจบ
เราก็ตัดใจมาเดินงานวัดซะงั้น เหอะๆ

บรรยากาศยังเหมือนเดิม ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ที่งานวัดตามต่างจังหวัด
ชอบจัง... อาหารการกินเพียบ ที่ขึ้นชื่อที่สุดสำหรับงานวัดภูเขาทองจัดทีไรต้องหาโอกาส
แย่งชิงมารับประทานให้ได้ ก็คือ "ขนมเบื้องญวน" อร่อยเหาะ (ขอแนะนำเจ้าที่ทำด้วย
เตาถ่านนะครับ อร่อยที่สุด โนตะรับประกัน)

ของเล่นก็เพียบเช่นกัน แต่อย่าหวังว่าจะหลอกเงินโนตะได้
โนตะมันพวกไม่มีดวงทางนี้ เล่นเท่าไหร่ก็เสีย ๕๕๕ ขำตัวเอง

คราวนี้เอากล้องไปด้วย แต่ถ่ายลำบากพอดู ก็คนเดินเบียดเสียด
จะยกกล้องแต่ละทีก็ทุลักทุเลเพื่อหามุมกันยกใหญ่ ก็เลยได้ภาพที่ต้องแลกกับการ
หยุดเดินกลางฝูงชน... เพื่อถ่ายรูป งานนี้ตากล้องมากมีเช่นกัน เหมือนเป็นงาน
รวมนักถ่ายภาพประจำปี ที่ต้องได้มาถ่าย ก็เดินไปทางไหนก็เห็นคนถือกล้อง
ไปมาพร้อมอุปกรณ์ครบเซ็ตเดินกันให้ควัก แต่ก็สนุกดี

...

 

ภาพนี้ถ่ายตอนเดินเข้างานทางด้านโรงไม้... เพื่อนๆแวะซื้อขนมเบื้อง
ส่วนเรายืนกดชัตเตอร์ เหอะๆ

...

 

ภาพนี้ก็เป็นอีกมุม ที่มองเห็น"ภูเขาทอง"สวยงาม โดดเด่นแต่ไกล

...

 

"ชิงช้าสวรรค์" ของเล่นที่อยู่คู่กับงานวัดเกือบทุกที่
และมันก็ทำให้งานวัดมีสีสันมากเลยทีเดียว ขอแชะภาพหน่อยนะ

...

 

อาหารการกินมีมากมายให้ท่านเลือกสรร โนตะถ่ายมาไม่หมดนะครับ
มัวแต่ไปกินอยู่ ๕๕๕ ของแบบนี้ต้องลองไปกินด้วยตัวเอง
ว่าความรู้สึกที่ไม่แคร์น้ำหนักเพิ่มมันเป็นยังไง

...

 

เหล่าบรรดาของเล่น ท้าทายเงินในกระเป๋าก็มีมากมาย ทั้งยิงปืน
ปาโป่ง ขว้างกระป๋อง ดึงขวดด้วยห่วง ล้วงรางวัลในถังลม
สาวน้อยตกน้ำ (มีสองร้าน ร้านหนึ่งกรี๊ดกับร้านหนึ่งหงอย ลอง
ไปชมดูว่าความแตกต่างมันเป็นอย่างไร อิอิ) ของประหลาดก็มีมากมาย
เด็กสองหัว นางเงือก คนคอขาด กระสือ ลองไปชมคนไทยทำได้

...

 

ของรางวัลล่อตาล่อใจเด็กและผู้ใหญ่ที่ชอบการเสี่ยง ละลานตา

...

 

"หลวงพ่อโต" ซึ่งประดิษฐ์สถาน อยู่เชิงเขาไปกราบไหว้ถวายสังฆทาน
และขอพรกันได้นะครับ

...

 

ผมเดินขึ้นมาบนภูเขาทองแล้วล่ะ ก็เก็บภาพกรุงเทพยามค่ำคืนเสียหน่อย
มุมนี้เห็น "โลหะปราสาท" และ "อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย" อยู่ลิบลิบ

...

 

เดินขึ้นมาถึงยอดแล้วครับ ผ้าแดงคลุมเจดีย์ สีสดมาก...
สวยมากครับ อากาศด้านบนเย็นสบายครับ

...

 

ทางขึ้นไปยังภูเขาทองประดับประดาไปด้วย โคมไฟหลากสี สวยดีครับ
แต่พอผมขึ้นไปยังยอดไป ปุ๊บ เทวดาก็พรมน้ำมนต์ให้ผมซะห่าใหญ่
เปียกมะลอกมะแลกไปตามๆกัน ข้างบนไม่มีที่หลบนี่ครับ เหอะๆ ผมอาศัย
มุมเล็กๆในห้องเก็บของเอากล้องไปแอบไว้ ก่อนที่กล้องมันจะพังเพราะน้ำฝน
ไปเสียก่อน ชุ่มฉ่ำราวกับเล่นน้ำสงกรานต์กันเลยทีเดียว สนุกดี ได้บุญ
กลับบ้านไปเพียบ...

...

 

 

เพื่อนๆถ้าว่างๆลองไปเที่ยวดูนะครับ
งานวัดในกรุงเทพ ที่ไม่ต้องเดินทางไปไกล
ความสุขความสนุกสนานและความอิ่มหน่ำสำราญ
พร้อมได้บุญกลับบ้านไปด้วยที่

งานวัดภูเขาทอง วัดสระเกศฯ กรุงเทพมหานคร
งานจัดตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน ครับผม

ปล. วันที่ 2 ไปลอยกระทงกันได้ด้วยนะครับ

[17 Aug] ร่มเย็น

posted on 17 Aug 2009 19:25 by vayuki in PhotoArtZone

.

.

.

 

 

.

.

.

 

[15 Aug] Golden Mount

posted on 15 Aug 2009 10:37 by vayuki in PhotoArtZone

.

.

.